เเต่งบ้านสไตล์วินเทจ

เเต่งบ้านสไตล์วินเทจ

     บ้านสไตล์วินเทจ (Vintage style house) เป็นลักษณะสถาปัตยกรรมของบ้านที่ได้รับความนิยมในช่วงสมัยราชวงศ์ของนางฟิกแวร์ (Queen Victoria) ซึ่งประสบความสำเร็จในปี 1837 และครบรอบ 64 ปีในปี 1901 ในช่วงเวลานี้สไตล์วินเทจกลายเป็นที่นิยมที่สุดในสหราชอาณาจักร

บ้านวินเทจสวยๆ เน้นความเป็นธรรมชาติ ไม่ควรให้มีสิ่งของหรืออุปกรณ์ที่มีความสั้นหรือสีสันที่เกินไป ควรเลือกใช้ของที่มีความเป็นส่วนตัวและมีค่าความคิดของเจ้าของบ้านมากขึ้น และควรเลือกใช้สีที่อ่อนๆ และมีความเปรี้ยวเปรียวเช่น สีเขียวมิ้นท์ สีครีม หรือสีชมพูอ่อน

การตกแต่งบ้านเเบบวินเทจยังควรให้ความสำคัญในการให้ความสำคัญให้กับรายละเอียด สิ่งของเเต่งห้องที่มีความเป็นธรรมชาติ การใช้ของให้คืบควบคู่กับสภาพแวดล้อม และการใช้วัสดุที่เป็นธรรมชาติเป็นส่วนสำคัญในการตกแต่งบ้านเเบบวินเทจ

อีกทั้ง สิ่งของที่ใช้บ้านยุควินเทจควรเป็นของที่มีความคิดพิเศษและไม่เหมือนใคร เช่น ของเก่าที่ได้รับมาจากบ้านตามตัวอักษร ของตกแต่งที่ทำด้วยมือ หรือสิ่งของที่ซื้อจากตลาดของเก่า ซึ่งสามารถให้ความทรงจำและเสน่ห์ให้กับบ้านเเบบวินเทจ

นอกจากนี้ ควรให้ความสำคัญในการเลือกใช้เสื่อ ผ้าม่าน หรือผ้าครุยที่มีลายหรือดอกไม้เก่าๆ ที่เสริมสีสันและเพิ่มความอบอุ่นให้กับบรรยากาศในบ้านเเบบวินเทจ

เมื่อตกแต่งบ้านเเบบวินเทจเสร็จสมบูรณ์ ควรระวังให้ไม่ให้บ้านดูมีความยุ่งเหยิง ควรเลือกใช้ของเล็กๆ น้อยๆ ที่มีความสวยงามและมีความหมายเพื่อให้บ้านดูเรียบร้อย และมีความสง่างามตามสไตล์ของบ้านเเบบวินเทจ

ลักษณะของบ้านสไตล์วินเทจมีดังนี้:

  • โครงสร้างที่ซับซ้อน: บ้านสไตล์วินเทจมักมีโครงสร้างที่ซับซ้อนและซับซ้อนด้วยรูปทรงต่างๆ เช่น หลังคาควบคู่ (Gable roof) กับช่องโค้ง (Turret) และห้องโถง (Wrap-around porch) ที่มีลักษณะดังกล่าวเพื่อเพิ่มความสวยงามและเป็นเอกลักษณ์
  • การใช้สีสันสดใส: บ้านสไตล์วินเทจมักมีการใช้สีสันสดใสและทันสมัย โดยเฉพาะสีส้มและสีแดงในการตกแต่งภายนอก และสีสันที่สวยงามในการตกแต่งภายใน
  • บันไดที่งดงาม: บ้านสไตล์วินเทจมักมีบันไดที่งดงามและซับซ้อนที่เชื่อมโยงระหว่างชั้นของบ้าน บันไดเหล่านี้มักถูกสร้างด้วยไม้และเหล็กเส้นเล็ก
  • งานประติมากรรม: บ้านสไตล์วินเทจมักมีงานประติมากรรมที่สวยงามและซับซ้อน ซึ่งส่วนใหญ่จะใช้ในตัวบ้านและภายนอก เช่น กระจกสีสันในหน้าต่าง และตัวแท่นที่หลากหลายรูปแบบ
  • ห้องโถงกว้างขวาง: บ้านสไตล์วินเทจมักมีห้องโถงกว้างขวางและเปิดโล่ง เพื่อให้ความรู้สึกอบอุ่นและเปิดโอกาสในการจัดสรรพื้นที่เพื่อใช้งานในลักษณะต่างๆ
  • ห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่กว้างขวาง: บ้านสไตล์วินเทจมักมีห้องนั่งเล่นและห้องนอนที่กว้างขวางและสวยงาม ซึ่งบรรยากาศสบายๆ และอบอุ่น

วิธีเเต่งบ้านวินเทจ

     บ้านวินเทจเป็นสไตล์ที่มีความอบอุ่นและเป็นส่วนตัว มีลักษณะการใช้ของเก่าๆ และมีความเป็นสีสัน ดังนั้นการตกแต่งจึงต้องมีความเอกลักษณ์ที่ตรงกับสไตล์นี้ นี่คือขั้นตอนในการเตรียมตัวแต่งบ้านสไตล์วินเทจ:

  • เลือกโทนสีที่เหมาะสม :

สไตล์วินเทจมักใช้สีจำพวก Earth Tone เป็นสีที่ที่อ่อนโยนและอบอุ่น เเละมีความเป็นธรรมชาติมากที่สุด ซึ่งถ้าเราคลุมของใช้ในบ้านให้เป็นสไตล์วินเทจก็จะสามารถคลุมโทนได้อัตโนมัติเพราะ สิ่งของสไตล์วินเทจเเต่ละชิ้นจะมีสีเฉพาะทาง เป็นสีจำพวก Earth Tone นั่นเอง

  • เฟอร์นิเจอร์สไตล์วินเทจ :

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่มีลักษณะเก่าๆ หรือมีการออกแบบเรียบง่าย อาจเป็นตู้, โต๊ะกลางห้อง, ตู้เสื้อผ้า หรือชั้นวางของ ซึ่งเราสามารถเอาของเก่ามาใช้เเทนเพื่อเพิ่มสเน่ห์ให้กับตัวบ้านได้ เช่น ใช้โต๊ะกลางบ้านที่มีรูปเเบบเป็นกระเป๋า หรือโคมไฟกลางบ้านที่มีลักษณะเป็นรากไม้ ซึ่งของเหล่านี้สามารถหาไอเดียได้ตามรูปในอินเทอเน็ตเพื่อนำมาเป็นตัวเลือกในการวางเเผนออกเเบบบ้านของเรา 

  • ใช้ผ้าม่านหรือม่านสีใส หรือผ้าม่านลายดอกไม้ :

ในห้องพัก ควรใช้ผ้าม่านหรือม่านสีใสเพื่อให้เกิดความเปิดกว้างและรับแสงแดด เพราะเเสงสว่างนั้นเป็นที่เข้ากันกับบ้านสไตล์วินเทจเป็นอย่างดี โดยสีเบสของบ้านจะเป็นสีธรรมชาติ ซึ่งพอรวมเข้ากับเเสงเเล้วจะเพิ่มความอบอุ่นและน่าอยู่ให้กับห้องพักของคุณ เเละเเบบที่สองคือผ้าม่านที่มีลายดอกไม้สีอ่อน ๆ หรือลายกระดาษสีอ่อน ๆ จะช่วยให้บรรยากาศดูอบอุ่นและน่ารักยิ่งขึ้น

  • พื้นไม้ เเละผนังสีอ่อน : 

การใช้พื้นไม้เเละผนังสีอ่อน ๆ เช่น พื้นไม้สีฟ้าอ่อน พื้นไม้สีขาว หรือพื้นไม้สีธรรมชาติเเละผนังโทนอ่อน จะช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับบ้านแบบวินเทจของคุณเป็นอย่างดี

  • ของตกแต่งเก่าหายาก :

ของตกแต่งเก่าหายาก: การใช้ของตกแต่งที่มีค่าสะสม หรือของที่เก่าหายาก เช่น นาฬิกาขนาดใหญ่ของยุคก่อนหน้า หรือกระจกเก่าๆ จะช่วยเพิ่มสีสันและเนื้อหาให้กับบ้านเเบบวินเทจ เเละยังทำให้บ้านดูมีเรื่องราวมากยิ่งขึ้น

  • สิ่งของที่มีความทันสมัยในบ้านที่มีสไตล์โบราณ :

สิ่งของที่มีความทันสมัยในบ้านที่มีสไตล์โบราณ หมายความว่า ให้ทำการนำสิ่งของที่ทันสมัยมาใช้ในบ้านเเบบวินเทจ อาทิเช่น เครื่องใช้ไฟฟ้าหรือเครื่องใช้ในครัวที่มีสีที่เข้ากับสีที่ใช้ในการตกแต่งจะช่วยเพิ่มความสดใสให้กับบ้านเเละจะทำให้บ้านยังคงวินเทจเเต่เพื่อปรับให้เข้ากับยุคสมัยสิ่งของทันสมัยนั้นถือเป็นลูกเล่นที่ดีในการนำมาตกเเต่งเพื่อให้บ้านมีสไตล์เเต่ดูไม่เก่า

  • ตกเสน่ห์จากวัสดุชนิดโครม (Chrome) : 

การใช้วัสดุโครมเป็นส่วนประกอบของรูปลักษณ์เฟอร์นิเจอร์หรือของตกแต่งต่าง ๆ ช่วยเพิ่มความหรูหราและสวยงามให้กับบ้านเเบบวินเทจ

  • ทิวทัศน์รอบบ้าน :   

ให้ความสำคัญกับการสร้างจุดเน้นที่เป็นเอกลักษณ์ของสไตล์วินเทจในที่ต่างๆ ในบ้าน เช่น ตกแต่งบริเตนสวนหน้าบ้าน, ตกแต่งบ้านเนียนมุ้งลวดในสวนหลังบ้าน หรือสร้างบรรยากาศอบอุ่นด้วยลานหรือที่นั่งข้างนอก

อ่านบทความเพิ่มเติม :

ตกเเต่งบ้านสไตล์มินิมอล ตกเเต่งบ้านสไตล์ลักชูรี่  ตกเเต่งบ้านสไตล์โมเดิร์น

บ้านสไตล์วินเทจเหมาะกับใคร

     บ้านสไตล์วินเทจเหมาะกับคนที่ต้องการและติดอกติดใจกับความเก่าแก่และคลาสสิก รักษาสมบัติทางประวัติศาสตร์ และต้องการบ้านที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร นอกจากนี้ยังเหมาะกับคนที่ชื่นชอบการตกแต่งที่ซับซ้อนและมีความสวยงามในทุกมุมหมุนของบ้าน

บ้านสไตล์วินเทจที่มีลักษณะโครงสร้างที่ซับซ้อนและระดับความสวยงามที่สูงมักมีเสน่ห์ที่แรงกล้าในการดึงดูดคนที่ต้องการอยู่อาศัยในบ้านที่มีความเป็นเอกลักษณ์และไม่ซ้ำใคร คนที่ชื่นชอบการรวมตัวของศิลปะและความทันสมัยกับความคลาสสิกจะต้องให้ความสำคัญกับความงดงามและรายละเอียดที่ใช้ในการตกแต่งและก่อสร้างบ้าน

นอกจากนี้ยังเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีขนาดใหญ่และต้องการพื้นที่ส่วนตัวเพื่อทำกิจกรรมและพักผ่อน นักศิลปะที่ต้องการพื้นที่สำหรับสร้างงานประติมากรรมและความเป็นส่วนตัวในการสร้างสรรค์ก็อาจหาบ้านสไตล์วินเทจที่เหมาะสมในการทำงานและสร้างสรรค์งานศิลปะของตนเองได้

อย่างไรก็ตาม บ้านสไตล์วินเทจมักมีการบำรุงรักษาที่ต้องใช้เวลาและความตั้งใจ ความซับซ้อนในการตกแต่งและการใช้วัสดุที่คุณภาพสูงอาจทำให้ต้องให้ความสำคัญในการดูแลและซ่อมแซมเพื่อให้บ้านสวยงามและทนทานต่อเวลาและสภาพแวดล้อมอย่างเหมาะสม

เจาะลึกการเเต่งบ้านเเบบวินเทจ

บ้านสไตล์วินเทจ มินิมอล:

การตกแต่งบ้านสไตล์วินเทจ (Vintage) และสไตล์ประหยัด (Minimalist) คือการผสมผสานระหว่างความเก่าและความงดงามให้เข้ากันอย่างลงตัว นี่คือวิธีเตรียมงบหลังให้แต่งบ้านสไตล์วินเทจสไตล์ประหยัด:

  • เลือกเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ที่เก่าและทันสมัย:

เลือกเฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะเก่าแต่มีความทันสมัย คุณสามารถใช้เฟอร์นิเจอร์วินเทจเดิมหรือทำเอง โดยรวมองค์ประกอบอย่างเช่น โต๊ะกาแฟหรือชั้นวางของที่มีลักษณะวินเทจและเป็นเนื้อหาตัวและแปลกในการวางแผน

  • การใช้สี:

ใช้โทนสีอ่อนๆ หรือโทนสีที่พบได้ในบ้านสไตล์วินเทจ เช่น สีขาว สีอับเรือ สีครีม ร่วมกับสีดำ สีน้ำเงินเขียวเหลืองและสีเทาในสไตล์ประหยัด ทำให้มีความสมดุลระหว่างความเก่าและความทันสมัย

  • วัสดุเปลี่ยนรูป:

ใช้วัสดุเก่าหรือของที่มีประวัติในการประดิษฐ์ให้เป็นส่วนหนึ่งของตกแต่ง เช่น ราวผ้าคลุมเก่า กรอบรูปเก่า เป็นต้น

  • ตกแต่งผนัง:

คุณสามารถใช้พื้นผิวหิน, กระดานไม้หรือกระดานหินขัดร่วมกับพื้นที่ขาวหรือสีอื่นๆ ที่มีสไตล์ประหยัด เพื่อสร้างความเรียบง่ายและสวยงาม

  • อุปกรณ์และของตกแต่ง:

เลือกใช้อุปกรณ์และของตกแต่งที่มีลักษณะเก่าและทันสมัย เช่น โคมไฟเก่าสไตล์ไฟโบราณ กรอบรูปสไตล์วินเทจ หรือกรอบรูปภาพเรียบง่าย


แต่งบ้านสไตล์วินเทจ ลอฟท์:

การแต่งบ้านสไตล์วินเทจ (Vintage Loft) คือการผสมผสานความเก่าและความโมเดิร์นให้เข้ากันอย่างลงตัว โดยมีลักษณะการใช้พื้นที่เปิดโล่งและองค์ประกอบเก่าในการตกแต่ง นี่คือวิธีแต่งบ้านสไตล์วินเทจลอฟท์:

  • การใช้พื้นที่เปิดโล่ง:

บ้านสไตล์วินเทจลอฟท์มักมีพื้นที่เปิดโล่งที่กว้างขวาง เช่น โรงงานหรืออพาร์ทเม้นท์ที่แปลงมาใช้ในการแต่งบ้าน ใช้พื้นที่เปิดให้เป็นพื้นที่หลักในการตกแต่งและสร้างความเปิดกว้าง

  • เฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นและเก่า:

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โมเดิร์นที่มีลักษณะเป็นเก่า โดยเฟอร์นิเจอร์ที่มีกระเป๋าเปิดโล่งและความโปร่งใสจะเข้ากันได้ดี คุณสามารถใช้เฟอร์นิเจอร์เก่าที่ได้มาจากตลาดสิ่งเก่าหรือร้านขายของเก่า

  • การใช้งานวัสดุและสี:

เลือกใช้วัสดุเก่าและเมตาลิกในการตกแต่ง เช่น ไม้แข็งแรง โลหะ เหล็ก หิน และคอนกรีต ให้เกิดความเป็นตัวและเนื้อผิวที่มีลักษณะเก่า สีที่ใช้ควรเป็นสีเนื้อธรรมชาติเข้ม อย่างเช่น น้ำตาลเข้ม ดำ น้ำเงินเขียว สีทองเหลือง เพื่อให้มีความสมดุลระหว่างความเก่าและความโมเดิร์น

  • การใช้งานแสงสว่าง:

ใช้แสงสว่างที่มีลักษณะเป็นโคมไฟโบราณหรือโคมไฟที่สร้างความอบอุ่นและความสดใส สามารถใช้ไฟตกแต่งบริเวณกลางห้องหรือในบริเวณที่ต้องการเน้นความเป็นส่วนตัว

  • พื้นผิวและผนัง:

ใช้พื้นผิวที่มีลักษณะเป็นเหมือนสัญลักษณ์เก่า เช่น ผนังหรือพื้นผิวบล็อกหิน ผนังคอนกรีต หรือเป็นผนังอิสระเพื่อแสดงความเป็นระเบียบและเปิดโล่ง

การแต่งบ้านสไตล์วินเทจลอฟท์เป็นการผสมผสานความเก่าและความโมเดิร์นให้เข้ากันอย่างลงตัว คุณสามารถปรับแต่งตามความสนใจและสไตล์ส่วนตัวของคุณเองได้ไม่จำกัด


แต่งบ้านวินเทจ โบราณ:

การแต่งบ้านสไตล์วินเทจโบราณเน้นความเก่าและมีความอบอุ่น โดยใช้วัสดุและของตกแต่งที่มีลักษณะเก่าและมีประวัติในการสร้างความเป็นกันเองและอารมณ์บ้านเก่าๆ นี่คือวิธีแต่งบ้านสไตล์วินเทจโบราณ:

  • สีและลวดลาย:

ใช้สีที่อบอุ่นและเนื้อหาของสไตล์วินเทจเช่น สีเบจ สีเนื้อดิน สีน้ำตาลอ่อน สีครีม และสีน้ำเงินเขียว สามารถใช้ลวดลายหรือตกแต่งที่มีความเก่าเพื่อเพิ่มสไตล์โบราณ

  • เฟอร์นิเจอร์โบราณ:

เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะเก่าและคลาสสิก เช่น โต๊ะกาแฟหรือชั้นวางของที่มีลายและเนื้อผิวที่โดดเด่น โซฟาหรือเก้าอี้ที่มีกระเป๋าหรือรูปลักษณ์เก่า ใช้ของตกแต่งเก่าที่มีความอ่อนเยาว์และสะสมประวัติ โคมไฟโบราณ กรอบรูปเก่า ซิลเวอร์และจีนา

  • การใช้งานไม้และโลหะ:

ใช้วัสดุที่มีลักษณะเก่าและที่เป็นรากฐาน เช่น ชั้นวางของไม้โอ๊ค เฟอร์นิเจอร์โลหะเก่า หรือกรอบรูปที่เป็นโลหะ

  • พื้นผิวและผนัง:

ใช้วัสดุพื้นผิวที่เก่าและมีรายละเอียด เช่น ผนังหินเปลือย กระดานไม้เพิ่มความอบอุ่น หรือใช้ทางผนังให้เป็นส่วนหนึ่งของการแต่ง

  • แสงสว่างและอารมณ์:

ใช้แสงสว่างที่มีลักษณะอบอุ่น เช่น โคมไฟเก่าสไตล์ไฟโบราณ สร้างความอบอุ่นและบรรยากาศสไตล์วินเทจโบราณ

การแต่งบ้านสไตล์วินเทจโบราณเป็นการสร้างบรรยากาศที่อบอุ่นและเก่าแก่ในบ้านของคุณ ควรใช้วัสดุและของต


ข้อดี ข้อเสียของบ้านวินเทจ

ข้อดีของบ้านสไตล์วินเทจ:

  • ความงดงามและเสน่ห์ที่มีเอกลักษณ์: บ้านสไตล์วินเทจมีลักษณะที่หลากหลายและเก่าแก่ ซึ่งมักมีความงดงามและเสน่ห์ที่มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร ความสวยงามและการตกแต่งที่ซับซ้อนส่งผลให้บ้านดูน่าสนใจและเป็นที่สนใจของคนในยุคที่รักในความคลาสสิกและความทันสมัยในเวลาเดียวกัน
  • พื้นที่ส่วนตัวและขนาดใหญ่: บ้านสไตล์วินเทจมักมีขนาดใหญ่และมีพื้นที่ส่วนตัวมาก ทำให้ครอบครัวและผู้อาศัยสามารถมีพื้นที่ในการทำกิจกรรมและพักผ่อนอย่างสะดวกสบาย
  • การใช้วัสดุที่คุณภาพสูง: บ้านสไตล์วินเทจมักมีการใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงในการก่อสร้าง ซึ่งสร้างความแข็งแกร่งและทนทานต่อสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม

ข้อเสียของบ้านสไตล์วินเทจ:

  • ราคาแพง: บ้านสไตล์วินเทจมักมีราคาแพงมากเนื่องจากการใช้วัสดุคุณภาพสูงและงานประติมากรรมที่ซับซ้อน การซ่อมแซมและบำรุงรักษาบ้านสไตล์วินเทจก็อาจต้องใช้ค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นกัน
  • พื้นที่ที่จำกัด: บ้านสไตล์วินเทจมักมีขนาดใหญ่ แต่อาจมีพื้นที่ที่จำกัดในบางพื้นที่ที่มีการก่อสร้างที่หนาแน่น นอกจากนี้ รูปแบบที่ซับซ้อนและพื้นที่ของบ้านอาจทำให้การใช้งานเป็นที่ลำบากในบางกรณี
  • สภาพแวดล้อมที่ต้องการการดูแล: บ้านสไตล์วินเทจมักมีความซับซ้อนในการสร้างและความหลากหลายในการตกแต่ง ซึ่งอาจทำให้มีการบำรุงรักษาที่ต้องใช้เวลาและความพยุงค์ในการดูแล นอกจากนี้ การรักษาความสะอาดในส่วนต่างๆ ของบ้านย่อมต้องใช้เวลาและความตั้งใจในการดูแล
  • ไม่เหมาะสำหรับสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อน: บ้านสไตล์วินเทจมักมีห้องที่มากและมีการออกแบบเปิดโล่ง ซึ่งอาจทำให้การอยู่อาศัยในสภาพแวดล้อมที่มีอากาศร้อนหรือชื้นอาจไม่ค่อยสบายสำหรับบ้านสไตล์วินเทจ

การดูแลบ้านเเบบวินเทจ

     การดูแลบ้านสไตล์วินเทจเป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญเพื่อให้บ้านสวยงามและทนทานต่อเวลา นี่คือบางข้อแนะนำในการดูแลบ้านสไตล์วินเทจ:

  • การรักษาความสะอาด

    : บ้านสไตล์วินเทจมักมีงานประติมากรรมที่ซับซ้อนและพื้นที่ในบ้านที่มาก ดังนั้นการรักษาความสะอาดที่ดีจำเป็นอย่างยิ่ง ควรสะดวกสบายในการทำความสะอาดและให้ความสำคัญในการดูแลห้องทุกๆ ห้องเพื่อให้บ้านดูเรียบร้อยและสะอาดเสมอ

  • การซ่อมแซมและบำรุงรักษา:

    บ้านสไตล์วินเทจมักมีวัสดุและงานประติมากรรมที่มีความซับซ้อน ดังนั้นควรมีการตรวจสอบและซ่อมแซมอย่างเป็นระเบียบเพื่อประทับใจในการรักษาสภาพบ้านให้คงความสวยงามและมีคุณภาพ

  • หมั่นเช็คสภาพสีของวัสดุภายในบ้าน

    : หากบ้านสไตล์วินเทจมีการใช้สีสันสดใสและวัสดุที่ซับซ้อนในการก่อสร้าง ควรตรวจสอบสภาพของสีและระบบเครื่องมือเสมอ เพื่อให้บ้านดูน่าสวยงามและใช้งานได้ตามปรกติ

  • ให้ความสำคัญกับสภาพแวดล้อม

    : หากคุณมีบ้านสไตล์วินเทจที่มีพื้นที่สวนหรืออยู่ในสภาพแวดล้อมที่อันตรายเช่นใกล้ทะเลหรือใกล้ภูมิภาคเสียหาย ควรให้ความสำคัญในการควบคู่กับสภาพแวดล้อมเพื่อให้บ้านมีความคงทนทานต่อสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม

  • การอนุรักษ์ทรัพยากร

    : หากบ้านสไตล์วินเทจมีงานประติมากรรมและวัสดุที่มีความซับซ้อน ควรคำนึงถึงการอนุรักษ์ทรัพยากรและการใช้วัสดุที่มีความยั่งยืนเพื่อให้สามารถรักษาและส่งต่อความสวยงามและคุณภาพของบ้านไปในรุ่งโรจน์ต่อไป

การดูแลบ้านสไตล์วินเทจมีความสำคัญในการรักษาความสวยงามและคุณภาพของบ้าน การให้ความสำคัญในการดูแลเรื่องราวนี้จะทำให้คุณสามารถเพลิดเพลินกับความงดงามและเอกลักษณ์ของบ้านสไตล์วินเทจได้ในระยะยาว

ควรเช็คอะไรบ้างก่อนจะตัดสินใจสร้างบ้านเเบบวินเทจ?

     การสร้างบ้านเเบบวินเทจเป็นการตัดสินใจที่สำคัญและครบถ้วน ต้องคำนึงถึงด้านต่างๆ เพื่อให้ได้บ้านที่สอดคล้องกับสไตล์ที่ต้องการ ดังนั้น ควรทำขั้นตอนต่อไปนี้ก่อนการสร้างบ้านสไตล์วินเทจ:

  1. วางแผนและออกแบบบ้าน: เริ่มต้นด้วยการวางแผนและออกแบบบ้านให้เหมาะสมกับสไตล์วินเทจที่คุณต้องการ คิดให้มีพื้นที่ที่เพียงพอและมีความสะดวกสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน
  2. เลือกพื้นที่: ค้นหาและเลือกพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการสร้างบ้านสไตล์วินเทจ พิจารณาประสิทธิภาพในการใช้สิ่งแวดล้อม ระยะทางจากสิ่งอำนวยความสะดวก และสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับสไตล์นี้
  3. ค้นหาวัสดุและเฟอร์นิเจอร์: ส่วนสำคัญในสไตล์วินเทจคือการใช้วัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่เก่าหรือมีลักษณะคล้ายกับของยุคกลางศตวรรษที่ 20 ค้นหาของเก่าที่มีความเป็นธรรมชาติ หรือสามารถตกแต่งใหม่ให้เป็นสไตล์วินเทจได้
  4. กำหนดงบประมาณ: กำหนดงบประมาณในการสร้างบ้านสไตล์วินเทจ และใช้งบให้เหมาะสมกับที่ต้องการ หากคุณมีงบจำกัด ควรคำนึงถึงสิ่งที่เป็นส่วนสำคัญในการตกแต่งบ้านเเบบนี้
  5. หากมีความจำเป็นควรหาทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการสร้างบ้านสไตล์วินเทจ: การสร้างบ้านสไตล์วินเทจอาจต้องใช้ทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญในการตกแต่งและใช้วัสดุที่เก่าหรือมีลักษณะคล้ายกับของยุคกลางศตวรรษที่ 20
  6. คิดให้หมดถ้ามีการรื้อถอนและตกแต่งใหม่: คิดให้หมดถ้าต้องรื้อถอนและตกแต่งใหม่ ให้มีความรอบคอบในการวางแผนและการทำงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่สวยงามและน่าอยู่ในสไตล์วินเทจ

การสร้างบ้านสไตล์วินเทจนั้นต้องให้ความสำคัญกับรายละเอียดและการเลือกใช้วัสดุ นอกจากนี้ยังต้องมีความคิดพิเศษและความสนใจในการตกแต่งเพื่อให้ได้บ้านที่สะท้อนสไตล์และความเป็นอันดับเป็นส่วนตัวของคุณเอง

ความรู้เพิ่มเติม :

ประวัติของบ้านสไตล์วินเทจ

Vintage style เป็นสไตล์ในการตกแต่งบ้านที่มีลักษณะคล้ายกับสไตล์ของยุคกลางศตวรรษที่ 20 โดยเน้นความเก่าแก่ อบอุ่น และมีเสน่ห์ที่เป็นส่วนตัว สไตล์นี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาหลังจากสงครามโลกครั้งที่สอง ซึ่งความนิยมของสไตล์วินเทจได้เพิ่มขึ้นในช่วงปี 1940-1950 และยังคงความนิยมอยู่ในปัจจุบันด้วยเสน่ห์ความเปรี้ยวเปรียวและความอบอุ่นที่มีในการตกแต่งบ้านเเบบนี้

ประวัติของบ้านสไตล์วินเทจอาจเริ่มต้นขึ้นจากการนำของเก่าหรือของที่มีมาใช้ใหม่ในการตกแต่ง ในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีการเสนอของใช้เก่าๆ ที่ค้างคาวในสถานที่ต่าง ๆ และคนที่กลับมาจากสงครามต้องหาของใช้ใหม่ในการสร้างบ้านใหม่ นอกจากนี้ ยุคนี้เป็นยุคที่คนเริ่มต้นมีอาชีพทำงานในอุตสาหกรรมและเทคโนโลยีมากขึ้น ซึ่งทำให้มีการผลิตของใหม่ที่มีสีสันและลักษณะที่ไม่เหมือนใคร แต่คนก็ยังคงหาความเก่าเก่ามาใช้ในการตกแต่งบ้านเพื่อเพิ่มความเปรี้ยวเปรียวและเสน่ห์ให้กับบ้านของพวกเขา

สไตล์วินเทจมีความเป็นอันดับเป็นส่วนใหญ่ในการตกแต่งบ้านในยุค 1950-1960 เมื่อความทันสมัยเป็นที่นิยม หลังจากนั้นสไตล์นี้ค่อนข้างหายไปเล็กน้อยในช่วง 1970-1980 แต่ในช่วงปลายของศตวรรษที่ 20 เกิดการฟื้นคืนความนิยมสไตล์วินเทจขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากความท่องกลับไปสู่ความเป็นธรรมชาติและความเก่าแก่ที่ยังคงมีความเสน่ห์ในสังคมในช่วงเวลานั้น

ในปัจจุบัน สไตล์วินเทจยังคงเป็นที่นิยมในการตกแต่งบ้าน โดยคนมักนำของที่เก่าแก่มาใช้ใหม่หรือซื้อของใหม่ที่มีลักษณะคล้ายกับของเก่าเพื่อให้ความเปรี้ยวเปรียวและความอบอุ่นให้กับบ้านของพวกเขา นอกจากนี้ยังมีร้านค้าที่ขายของเก่าหรือของสะสมที่เกี่ยวกับสไตล์วินเทจที่ก่อตั้งขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการในการตกแต่งบ้านในสไตล์นี้

3 thoughts on “เเต่งบ้านสไตล์วินเทจ

  1. Pingback: ไม้ HMR คืออะไร มีคุณสมบัติอะไรบ้าง และทำไมจึงนิยมใช้กัน - SPShomedesign

  2. Pingback: รวม 6 สไตล์การ แต่งบ้าน สวยเก๋เเละยอดนิยมในปัจจุบัน - SPShomedesign

  3. Pingback: mdf - SPShomedesign

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *