บ้านร้อนแก้ยังไง? 10 เทคนิคช่วยให้บ้านเย็นสบาย ประหยัดค่าไฟ

บ้านร้อนแก้ยังไง? 10 เทคนิคช่วยให้บ้านเย็นสบาย ประหยัดค่าไฟ

บ้านร้อนเป็นปัญหาที่คนไทยเจอบ่อย โดยเฉพาะช่วงบ่ายที่หลังคา ผนัง และกระจกสะสมความร้อนจนแอร์ทำงานหนัก ค่าไฟสูงขึ้น และบ้านเย็นช้ากว่าที่ควร โดยการแก้บ้านร้อนควรเริ่มจากหาต้นเหตุว่าความร้อนเข้าทางไหน แล้วเลือกวิธีแก้ให้ตรงจุด ซึ่งบทความนี้รวมแนวทางทั้งสำหรับบ้านสร้างใหม่และบ้านเดิมที่ต้องการรีโนเวทให้เย็นขึ้น


10 เทคนิคออกแบบบ้านให้เย็นตั้งแต่เริ่มสร้าง

1 วางทิศบ้านให้หลบแดดบ่าย

แดดที่ทำให้บ้านร้อนที่สุดมักมาจากทิศตะวันตกและทิศใต้ ควรวางห้องที่ใช้งานน้อย เช่น ห้องเก็บของ ห้องน้ำ หรือบันได ไว้ฝั่งนี้เพื่อเป็นกันชนความร้อน ส่วนห้องนอนและห้องนั่งเล่นควรอยู่ทางทิศเหนือหรือตะวันออกซึ่งได้แสงนุ่มกว่า

2 เลือกทรงหลังคาที่มีชายคายาว

หลังคาทรงจั่วหรือปั้นหยาที่มีความลาดชันพอเหมาะจะมีช่องว่างใต้หลังคาช่วยพักความร้อน ส่วนชายคาที่ยื่นยาวจะบังแดดไม่ให้ส่องผนังและหน้าต่างโดยตรง ข้อควรระวังคือชายคายาวมากอาจทำให้ในบ้านมืดลง จึงต้องออกแบบช่องแสงควบคู่กันไป

3 ติดฉนวนใต้หลังคาตั้งแต่แรก

ฉนวนกันความร้อนใต้หลังคาเป็นจุดที่คุ้มที่สุดจุดหนึ่ง เพราะหลังคารับแดดตลอดทั้งวัน ทำตอนสร้างบ้านจะง่ายและเรียบร้อยกว่ามาเติมทีหลัง ตัวเลือกที่นิยมมีทั้งแผ่นสะท้อนความร้อนและฉนวนใยแก้ว ซึ่งใช้ร่วมกันได้

4 ทำช่องระบายอากาศใต้หลังคา

อากาศร้อนใต้หลังคาควรมีทางออก เช่น ช่องระบายที่ฝ้าชายคาหรือที่หน้าจั่ว เมื่ออากาศร้อนถูกระบายออก ความร้อนที่ส่งลงมาถึงฝ้าเพดานจะลดลง วิธีนี้ใช้งบไม่มากแต่ต้องวางแผนกันน้ำฝนและกันนกเข้าไปทำรังด้วย

5 เลือกวัสดุผนังที่ไม่สะสมความร้อน

ผนังฝั่งที่โดนแดดควรใช้วัสดุที่มีคุณสมบัติกันความร้อนดี เช่น อิฐมวลเบา หรือทำผนังสองชั้นที่มีช่องว่างตรงกลาง แม้ต้นทุนอาจสูงกว่าผนังทั่วไปเล็กน้อย แต่ช่วยให้ห้องเย็นเร็วขึ้นเมื่อเปิดแอร์

6 วางหน้าต่างให้ลมพัดผ่านได้

หน้าต่างควรอยู่ฝั่งตรงข้ามหรือเยื้องกัน เพื่อให้ลมเข้าทางหนึ่งและออกอีกทางหนึ่ง การมีหน้าต่างด้านเดียวทำให้อากาศไม่หมุนเวียน ควรศึกษาทิศทางลมประจำของพื้นที่ก่อนกำหนดตำแหน่ง

7 ใช้กระจกให้พอดีกับทิศ

กระจกบานใหญ่ช่วยให้บ้านสว่างและดูโปร่ง แต่ถ้าหันไปทางทิศตะวันตกจะรับความร้อนเต็มที่ ถ้าอยากได้มุมมองฝั่งนี้จริง ๆ ควรเลือกกระจกกันความร้อนหรือกระจกสองชั้น และมีระแนงหรือกันสาดช่วยบังแดด

8 ทำฝ้าเพดานให้สูงพอเหมาะ

เพดานที่สูงขึ้นช่วยให้อากาศร้อนลอยขึ้นไปอยู่ด้านบน คนที่อยู่ด้านล่างจึงรู้สึกเย็นกว่า แต่ถ้าสูงเกินไปจะทำให้แอร์ต้องทำงานหนักขึ้น ควรคุยกับผู้ออกแบบเพื่อหาความสูงที่สมดุลกับขนาดห้อง

9 เลือกสีภายนอกโทนอ่อน

สีโทนอ่อนอย่างขาว ครีม หรือเทาอ่อน สะท้อนแสงได้ดีกว่าสีเข้ม ช่วยลดความร้อนที่ผนังและหลังคาดูดซับไว้ ปัจจุบันยังมีสีที่ออกแบบมาเพื่อสะท้อนความร้อนโดยเฉพาะให้เลือกใช้ ข้อเสียคือสีอ่อนอาจเห็นคราบสกปรกได้ง่ายกว่า

10 วางพื้นที่สีเขียวรอบบ้าน

ต้นไม้ใหญ่ทางทิศตะวันตกช่วยบังแดดบ่ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนสนามหญ้าหรือแปลงต้นไม้ช่วยลดความร้อนที่สะท้อนจากพื้นลานคอนกรีต ควรเลือกต้นไม้ที่รากไม่ทำลายโครงสร้างและวางห่างจากตัวบ้านพอสมควร


10 วิธีแก้บ้านร้อนสำหรับบ้านที่อยู่อาศัยแล้ว

1 เติมฉนวนบนฝ้าเพดาน

สำหรับบ้านเดิม การปูฉนวนบนฝ้าเพดานเป็นวิธีที่ทำได้โดยไม่ต้องรื้อหลังคา ช่างสามารถเข้าทางช่องเซอร์วิสบนฝ้าได้ ควรตรวจสภาพฝ้าและโครงก่อนว่ารับน้ำหนักเพิ่มได้

2 ติดตั้งกันสาดหรือระแนงบังแดด

ถ้าผนังหรือหน้าต่างฝั่งตะวันตกโดนแดดตรง การเพิ่มกันสาดหรือระแนงไม้เทียมช่วยลดความร้อนได้ชัดเจน ยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวและทำให้หน้าบ้านดูมีมิติ ควรเลือกวัสดุที่ทนแดดทนฝนและดูแลง่าย

3 ติดฟิล์มกรองแสงที่กระจก

ฟิล์มกันความร้อนเป็นทางเลือกที่ทำได้เร็วและไม่ต้องเปลี่ยนกระจก ควรเลือกรุ่นที่กันความร้อนได้ดีแต่ยังให้แสงผ่านพอสมควร เพื่อไม่ให้ห้องมืดจนต้องเปิดไฟตอนกลางวัน

4 ใช้ผ้าม่านหรือมู่ลี่กันแดด

ผ้าม่านแบบหนาหรือม่านที่มีชั้นกันแสงช่วยลดความร้อนที่ส่องเข้ามาทางหน้าต่าง โดยเฉพาะในห้องนอนที่ต้องการความเย็นตอนกลางคืน ข้อดีคือเปลี่ยนได้ง่ายและเลือกสีให้เข้ากับการตกแต่งได้

5 ติดพัดลมระบายอากาศใต้หลังคา

บ้านที่ไม่มีช่องระบายใต้หลังคาสามารถติดพัดลมดูดอากาศเพิ่มได้ เพื่อดึงอากาศร้อนที่สะสมอยู่ออกไป มีทั้งแบบใช้ไฟฟ้าและแบบหมุนด้วยลม ควรติดตั้งโดยช่างที่ดูแลเรื่องการกันรั่วซึมได้

6 ทาสีสะท้อนความร้อนบนหลังคาหรือผนัง

ถ้าหลังคาหรือผนังเดิมเป็นสีเข้ม การทาสีใหม่ด้วยสีสะท้อนความร้อนช่วยลดความร้อนที่สะสมได้ ควรทำความสะอาดพื้นผิวและซ่อมรอยแตกก่อนทา เพื่อให้สีติดทนและไม่หลุดลอกเร็ว

7 ปรับผังห้องให้ลมไหลได้

เฟอร์นิเจอร์ชิ้นใหญ่ที่ขวางหน้าต่างหรือทางลมทำให้อากาศไม่ถ่ายเท ลองย้ายตู้หรือชั้นวางสูงออกจากแนวลม แล้วเปิดหน้าต่างฝั่งตรงข้ามในช่วงเช้าหรือเย็นที่อากาศยังไม่ร้อนมาก

8 เปลี่ยนหลอดไฟเป็นแบบประหยัดพลังงาน

หลอดไฟรุ่นเก่าบางชนิดปล่อยความร้อนออกมามาก การเปลี่ยนเป็นหลอด LED ช่วยลดทั้งความร้อนในห้องและค่าไฟ เป็นการปรับเล็ก ๆ ที่ทำได้ทันทีโดยใช้งบไม่มาก

9 ปลูกต้นไม้หรือทำสวนแนวตั้ง

ถ้าพื้นที่รอบบ้านจำกัด การปลูกไม้เลื้อยบนระแนงหรือทำสวนแนวตั้งที่ผนังฝั่งโดนแดดช่วยลดความร้อนได้ ข้อควรระวังคือต้องดูแลเรื่องรดน้ำและแมลง และไม่ควรให้ไม้เลื้อยเกาะผนังโดยตรงเพราะอาจทำให้ผนังชื้น

10 ตรวจและล้างแอร์สม่ำเสมอ

แอร์ที่สกปรกจะทำความเย็นได้ช้าและกินไฟมากขึ้น ควรล้างตามระยะที่ผู้ผลิตแนะนำและเลือกขนาดแอร์ให้เหมาะกับห้อง ถ้าแอร์เล็กเกินไปจะทำงานหนักตลอดเวลา ถ้าใหญ่เกินไปก็เปลืองไฟโดยไม่จำเป็น


ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการแก้บ้านร้อน

1 เปิดแอร์อย่างเดียวโดยไม่แก้ต้นเหตุ

หลายบ้านแก้ปัญหาด้วยการซื้อแอร์ตัวใหญ่ขึ้น แต่ถ้าความร้อนยังเข้ามาทางหลังคาและผนังเหมือนเดิม ค่าไฟก็จะสูงต่อไป ควรลดความร้อนที่เข้าบ้านก่อน แล้วค่อยพิจารณาเรื่องแอร์

2 ติดฉนวนผิดตำแหน่ง

ฉนวนที่ปูไม่เต็มพื้นที่หรือมีช่องว่างจะทำให้ความร้อนเล็ดลอดเข้ามาได้ บางบ้านติดฉนวนแต่ไม่มีทางระบายอากาศใต้หลังคา ทำให้ความร้อนยังสะสมอยู่ ควรให้ช่างที่มีประสบการณ์ประเมินหน้างานก่อน

3 ใช้กระจกบานใหญ่ทุกทิศ

กระจกรอบบ้านทำให้ดูทันสมัย แต่ถ้าไม่มีการบังแดด บ้านจะร้อนมากในช่วงบ่าย ควรเลือกใช้กระจกเฉพาะทิศที่เหมาะ และมีอุปกรณ์บังแดดเสริมในฝั่งที่จำเป็น

4 ปูพื้นลานคอนกรีตรอบบ้านทั้งหมด

ลานคอนกรีตดูแลง่ายก็จริง แต่สะสมความร้อนและสะท้อนเข้าบ้านในตอนบ่าย ถ้าเป็นไปได้ควรเว้นพื้นที่ปลูกหญ้าหรือใช้บล็อกปูหญ้าบางส่วนเพื่อลดความร้อนจากพื้น

5 ปิดบ้านทึบตลอดเวลา

การปิดประตูหน้าต่างตลอดวันทำให้ความร้อนและความชื้นสะสมในบ้าน ควรเปิดระบายอากาศในช่วงที่อากาศภายนอกเย็นกว่า เช่น เช้าตรู่หรือหลังฝนตก เพื่อไล่อากาศร้อนออกไป

6 เลือกวัสดุจากราคาอย่างเดียว

วัสดุราคาถูกบางชนิดอาจกันความร้อนได้น้อยหรือเสื่อมเร็ว สุดท้ายต้องเสียเงินซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ ควรดูคุณสมบัติด้านความร้อนและอายุการใช้งานควบคู่กับราคา

7 ทำหลายอย่างพร้อมกันโดยไม่จัดลำดับ

ถ้างบจำกัด การทำทุกอย่างพร้อมกันอาจทำให้แต่ละจุดได้ไม่เต็มที่ ควรเริ่มจากจุดที่ความร้อนเข้ามามากที่สุด ซึ่งส่วนใหญ่คือหลังคาและผนังฝั่งตะวันตก แล้วค่อยทำส่วนอื่นตามมา

8 ไม่ประเมินงบรวมก่อนเริ่ม

งานลดความร้อนมีตั้งแต่หลักพันสำหรับฟิล์มหรือผ้าม่าน ไปจนถึงหลักหมื่นถึงหลักแสนสำหรับงานฉนวน หลังคา หรือกันสาดทั้งหลัง ขึ้นอยู่กับขนาดบ้านและวัสดุ ควรขอใบเสนอราคาจากผู้รับเหมาหลายเจ้าเพื่อเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ


สรุปบทความ 10 เทคนิคแก้บ้านร้อน ที่ทำให้บ้านเย็นสบาย ประหยัดค่าไฟ

บ้านร้อนไม่ได้แก้ได้ด้วยแอร์เพียงอย่างเดียว แต่ควรเริ่มจากการดูว่าความร้อนเข้าทางหลังคา ผนัง กระจก หรือพื้นที่รอบบ้าน สำหรับบ้านสร้างใหม่ การวางทิศบ้าน ออกแบบหลังคา และติดฉนวนตั้งแต่แรกจะช่วยลดความร้อนได้ตั้งแต่ต้น ส่วนบ้านเดิมสามารถรีโนเวทด้วยการเติมฉนวน ติดกันสาด ฟิล์ม หรือปรับการระบายอากาศ

ควรเริ่มแก้จากจุดที่รับความร้อนมากที่สุดก่อน แล้วค่อยเพิ่มวิธีอื่นตามงบ เมื่อแก้ได้ตรงต้นเหตุ บ้านจะเย็นขึ้น แอร์ทำงานน้อยลง และช่วยลดค่าไฟในระยะยาว