ไอเดียแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น อบอุ่น น่าอยู่

มินิมอลมินิใจ คือคำพูดสุดฮิตมาพร้อมกับบ้านสไตล์ญี่ปุ่น ในเวลานี้เราคงปฏิเสธไม่ได้ว่าบ้านญี่ปุ่นกำลังเป็นที่นิยมมาก ไม่เพียงแค่กับบ้านเท่านั้นแต่วงการคาเฟ่ ร้านอาหารเองก็หยิบจับสไตล์ญี่ปุ่นไปใช้งานด้วยเหมือนกัน ด้วยความเรียบ น้อยแต่มาก เรียบง่ายแต่อบอุ่น แถมมาพร้อมกับโทนสีขาว งานไม้เรียบๆ และสไตล์การตกแต่งอื่นๆ ที่เรียกได้ว่าน่าอยู่สุดๆ แถมเหมาะกับคนทั้งครอบครัว ใครเป็นสายญี่ปุ่นและกำลังมองหาสไตล์การแต่งบ้านอยู่ วันนี้เอพีมาพร้อม 7 ไอเดียแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นสุดมินิมอล รับรองถูกใจทุกคนแน่นอน!


ลองแต่งตามได้เลย! กับ 7 เทคนิคแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่น

1. โทนสีอบอุ่น หรือ Earth Tone

การเลือกโทนสีเป็นอีกหนึ่งเรื่องสำคัญ เพราะจะกำหนดภาพรวมของบ้านเราขึ้นมา โทนสีที่แนะนำคือสีขาวหรือครีม โทนสีอบอุ่นเช่นสีน้ำตาลของไม้ ถ้าใครอยากให้บ้านมีสีสันขึ้นมาหน่อยก็อาจจะลองหยิบสีเอิร์ธโทนมาเป็นตัวช่วยได้เหมือนกัน เพราะการกำหนดโทนสีของบ้านนอกจากจะทำให้เราแต่งบ้าน เลือกเฟอร์นิเจอร์ง่ายแล้ว ยังจะช่วยปรับมู้ดและโทนของบ้านเราดูอบอุ่น สบาย น่าพักผ่อนมากขึ้น

 

2. ใกล้ชิดธรรมชาติด้วยการใช้ไม้

เพราะญี่ปุ่นเด่นงานไม้มากจริงๆ สำหรับใครที่อยากแต่งบ้านให้ดูมีความญี่ปุ่นมากกว่าเดิม ให้ลองหยิบ ‘งานไม้’ หรือสีโทนน้ำตาลอ่อนออกแนวไม้ๆ มาตกแต่งเพิ่มขึ้น ตัดกันกับสีขาวครีม สร้างความอบอุ่นในบ้านมากขึ้นกว่าเดิม โดยเราอาจจะหยิบมาใช้เพียงแค่บางส่วน เช่น ประตูหรือบานหน้าต่างไม้ ผนังหรือกำแพงสีโทนไม้ หรือเฟอร์นิเจอร์แต่งห้องต่างๆ ลองปรับดูตามความเหมาะสมได้เลย 

 

3. เฟอร์นิเจอร์ไม่เยอะ แต่ครบครัน

บ้านญี่ปุ่นนอกจากจะออกแบบอย่างเรียบง่ายแล้ว มักจะเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายด้วยเช่นกันอาจจะเลือกซื้อจากร้านขายของมือสองที่มักมีเฟอร์นิเจอร์สไตล์ญี่ปุ่นส่งตรงมาขาย หรือตามแบรนด์ต่างๆ ที่ชอบ นอกจากจะเลือกเฟอร์นิเจอร์ที่ออกแบบเรียบง่าย ไม่หวือหวาแล้ว อาจจะต้องคำนึงถึงฟังก์ชันการใช้งานของมันด้วยว่าเมื่อนำมาตั้งที่บ้าน เราจะได้ใช้ประโยชน์จากมันจริงๆ เพราะอย่าลืมว่าใจความสำคัญคือ ตกแต่งมินิมอลแต่ใช้งานได้ทุกอย่าง ไม่ใช่แค่การตกแต่งเฉยๆ 

 

4. พลาดไม่ได้ต้องมีแสงในห้อง

การแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมักจะมีแสงสว่างทั่วถึงทั้งห้อง เพื่อมู้ดและโทนของความอบอุ่นสบายมากขึ้นกว่าเดิม เราอาจจะปรับให้บ้านหรือห้องมีแสงสาดเข้ามาถึง อาจจะไม่ต้องสาดได้ทั้งวันแค่เพียงบางช่วงเวลาของวันก็เพียงพอ โดยอาจเลือกติดหน้าต่างบานใหญ่ขึ้นกว่าเดิม พร้อมเลือกเป็นผ้าม่านบางๆ มาติดให้มีแสงเข้ามาอย่างละมุน แค่นี้ก็สร้างความอบอุ่นให้บ้านตามสไตล์ญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเยอะ

 

5. ตู้ กล่อง ชั้นวางต้องมี

ด้วยความที่ญี่ปุ่นมีพื้นที่เล็กอยู่แล้วถ้ามีของเยอะแยะคงทำให้บ้านไม่น่าอยู่จึงต้องเก็บของให้เรียบร้อย โดยตู้เสื้อผ้าญี่ปุ่นเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า โอชิ-อิเระ (Oshi-ire) มีลักษณะเป็นตู้สี่เหลี่ยมผืนผ้าที่มาพร้อมกับประตูบานเลื่อนเราอาจจะหาตู้เสื้อผ้าประเภทนี้มาใช้เพิ่มความเป็นญี่ปุ่น หรือง่ายๆ อาจจะใช้วิธีการจัดตู้เสื้อผ้าของเราให้เป็นระเบียบ มีกล่องหรือชั้นเพิ่มเก็บของให้เรียบร้อยแทน ไปจนถึงเรื่องการเก็บของใช้ส่วนตัวอื่นๆ นอกจากเสื้อผ้า โดยอาจจะใช้กล่องและชั้นวางของเข้ามาเพิ่มเติมให้บ้านเรียบร้อยขึ้นได้

 

6. ประตูบานเลื่อนให้บ้านโปร่งมากขึ้น

เวลานึกถึงบ้านญี่ปุ่นจะต้องนึกถึงประตูบานเลื่อน หรือ ประตูโชจิ (Shoji) ก็ด้วยเหตุผลเดียวกันข้อด้านบนคือพื้นที่บ้านน้อย จึงต้องประหยัดพื้นที่ให้มากที่สุด การใช้ประตูบานเลื่อนจึงเป็นอีกทางออกหนึ่งสำหรับใครที่อยากให้บ้านโปร่งและโล่งมากขึ้น อีกทั้งประตูรูปแบบนี้ยังช่วยให้แสงส่องเข้ามาทำให้บ้านเราก็จะดูไม่มืดทึบเกินไปได้อีกด้วย

 

7. เพิ่มความเป็นญี่ปุ่นด้วยสวนที่บ้าน

ถ้าบ้านมีพื้นที่เพียงพอที่จะทำสวนในบ้านได้ การทำสวนแบบญี่ปุ่นก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ เพราะนอกจากความสวยงามแล้ว ยังสะท้อนความเป็นญี่ปุ่นได้ออกมาอย่างชัดเจนอีกด้วย หนึ่งในความโดดเด่นที่ทำให้รู้ทันทีว่าเป็นสวนญี่ปุ่นคือความสงบ ไม่ได้เน้นปลูกต้นไม้เยอะและต้นไม้ยืนต้นขนาดใหญ่ แต่เน้นไปที่การบริหารจัดการพื้นที่บริเวณสวนให้ลงตัวด้วยการปลูกต้นไม้ขนาดกลาง พุ่มไม้ สระน้ำ โรยด้วยก้อนกรวดแทน


สรุปแนวทาง รีโนเวทบ้านให้เหมือนมีบ้านอยู่เกียวโตง่ายๆ ด้วยการตกแต่งสุดมินิมอล

หลังอ่านบทความนี้จบหลายๆ คนอาจเริ่มเห็นไอเดียของการแต่งบ้านสไตล์ญี่ปุ่นมากขึ้น ซึ่งทั้ง 7 ไอเดียที่เอพีนำมาฝากสามารถนำไปแต่งตามได้ง่ายๆ แน่นอน สำหรับใครกำลังอยากมองหาบ้านหรือคอนโดที่พร้อมจะปรับเปลี่ยนตามสไตล์ของตัวเอง ตอบโจทย์ทุกความต้องการ SPS HOME DESIGN เติมเต็มเป้าหมาย ชีวิตดี ๆ ในพื้นที่ความสุขที่เราเลือกเองได้ ไม่ว่าจะเป็นโครงการบ้านเดี่ยวพื้นที่กว้างขวางเป็นส่วนตัว ทาวน์โฮมหรือบ้านแฝดดีไซน์สวย คอนโดมิเนียมทำเลติดรถไฟฟ้าเดินทางง่าย และโฮมออฟฟิศฟังก์ชันเจ๋ง รองรับทุกธุรกิจ ก็เลือกให้ตอบโจทย์ได้เลย เพราะ “บ้าน” ไม่ใช่แค่ที่อยู่อาศัย