“ทำไมเจ้านี้ราคาหลักหมื่น แต่เจ้าอื่นเรียกหลักแสน?” นี่คือคำถามคาใจที่ลูกค้ามักมาปรึกษา SPS Home Design อยู่เสมอครับ ความจริงที่ต้องรู้คือ งาน บิ้วอินบ้าน สามารถ “ลดสเปก” วัสดุที่มองไม่เห็นเพื่อทำราคาให้ถูกลงได้แทบทุกจุด กว่าจะรู้ตัวว่าพลาดก็ตอนที่ตู้เริ่มบวมหรือหน้าบานลอกร่อนหลังจากใช้งานเพียงไม่กี่เดือน บทความนี้เราจะตีแผ่ความลับที่ช่างมักไม่บอกคุณ เพื่อให้คุณเลือกสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดและมั่นใจได้ว่าทุกบาทที่จ่ายให้เราคือคุณภาพที่ยั่งยืนครับ
บิ้วอินบ้านราคาถูก vs ราคาแพง ต่างกันตรงไหน?

1. ราคาต่างกันที่ “เกรดไม้”: ไม้ถูกบวมง่าย vs ไม้แพงทนชื้น (HMR)
หัวใจหลักของงานบิ้วอินคือ “โครงไม้” ที่ซ่อนอยู่ข้างในครับ
-
งานราคาถูก: มักใช้ไม้ปาติเกิล (เศษไม้บดอัด) หรือไม้โครงเกรดต่ำ ซึ่งแพ้น้ำอย่างรุนแรง แค่ความชื้นในอากาศหรือน้ำหกใส่เพียงเล็กน้อย ไม้จะบวม พอง และเปื่อยยุ่ยทันที
-
งานเกรดพรีเมียม (SPS แนะนำ): เราเลือกใช้ ไม้ HMR (สีเขียว) ซึ่งเป็นไม้ที่ผสมสารทนความชื้นเข้มข้น มีความหนาแน่นสูงมาก ทนทานต่อการใช้งานหนักและสภาพอากาศเมืองไทยได้ดีกว่าหลายเท่า
2. งานหน้าบานและผิวสัมผัส: ผิวสติกเกอร์ลอกง่าย vs ผิวลามิเนตทนรอยขีดข่วน
ความสวยงามที่คุณเห็นภายนอกมีอายุการใช้งานไม่เท่ากัน
-
งานราคาถูก: มักปิดผิวด้วย “กระดาษฟอยล์” หรือสติกเกอร์บางๆ ซึ่งใช้ไปสักพักจะลอกร่อนตามขอบ หรือเป็นรอยขีดข่วนได้ง่ายมาก
-
งานเกรดพรีเมียม: ใช้การปิดผิวด้วย ลามิเนต (HPL) เกรดหนา หรือการ พ่นสีไฮกลอส/สีแมตต์ ซึ่งทนต่อแรงกระแทก รอยขีดข่วน และเช็ดทำความสะอาดคราบน้ำมันได้ง่ายกว่า
3. อุปกรณ์บานพับและลิ้นชัก: เปิดปิดเสียงดัง กระแทกแรง vs ระบบ Soft Close นุ่มนวล
จุดที่ทำให้การใช้บ้านของคุณ “หรูหรา” หรือ “น่ารำคาญ” อยู่ที่อุปกรณ์ฟิตติ้งครับ
-
งานราคาถูก: ใช้บานพับธรรมดา เวลาปิดจะได้ยินเสียงกระแทก “ปัง!” แรงๆ และลิ้นชักอาจจะเลื่อนติดขัดหลังจากใช้งานไปไม่กี่เดือน
-
งานเกรดพรีเมียม: เลือกใช้บานพับและรางลิ้นชักระบบ Soft Close ทุกจุด (เช่น แบรนด์ Hafele หรือ Blum) ที่ช่วยชะลอแรงกระแทก เปิดปิดเงียบสนิท และรับน้ำหนักของหนักๆ ได้โดยที่ลิ้นชักไม่ตก
4. ตารางเทียบงบชัดๆ: จ่ายเท่านี้ ได้เกรดไหน?
| รายการเปรียบเทียบ | บิ้วอินราคาประหยัด | บิ้วอินเกรดพรีเมียม (SPS) |
| วัสดุโครงตู้ | ไม้ปาติเกิล (บวมง่าย) | ไม้ HMR (ทนชื้นสูง) |
| ผิวสัมผัสภายนอก | กระดาษฟอยล์ / PVC บาง | ลามิเนตหนา / งานพ่นสีเนียน |
| บานพับ/ลิ้นชัก | แบบธรรมดา (เสียงดัง) | Soft Close (นุ่มนวล/เงียบ) |
| ความประณีต | งานประกอบเร็ว เก็บขอบมือ | งานเนี๊ยบ เก็บขอบเครื่องจักร |
5. 3 จุดที่ “ห้ามงก” เป็นอันขาด! ถ้าไม่อยากเสียเงินซ่อมซ้ำซ้อน
ถ้าคุณมีงบจำกัดและต้องเลือกประหยัดบางจุด บริษัทบิ้วอินบ้าน ขอเตือนว่า 3 ส่วนนี้ห้ามลดสเปกเด็ดขาด:
-
เคาน์เตอร์ครัว: จุดที่ต้องเจอน้ำและน้ำหนักครกหิน ต้องใช้โครงสร้างที่ทนทานที่สุดเท่านั้น
-
อุปกรณ์ที่ต้องขยับบ่อย: บานพับตู้เสื้อผ้าหรือรางลิ้นชักครัว ถ้าใช้ของถูก คุณจะต้องเสียเงินจ้างช่างมาเปลี่ยนใหม่บ่อยจนแพงกว่าเดิม
-
งานระบบไฟซ่อน: การซ่อนไฟ LED ในตู้ต้องใช้สายไฟและหม้อแปลงมาตรฐาน เพื่อป้องกันไฟลัดวงจรภายในตู้ไม้
6. วิธีเช็กก่อนจ้าง: บริษัทไหนรับผิดชอบงาน vs บริษัทไหนเสี่ยงทิ้งงาน
-
ดูรายละเอียดใน BOQ: บริษัทที่จริงใจจะระบุยี่ห้อและเกรดวัสดุชัดเจน ไม่เขียนแค่ว่า “ไม้” หรือ “สี” ลอยๆ
-
ประวัติผลงานจริง: ขอดูรูปหน้างานจริงที่ไม่ใช่แค่รูป 3D เพื่อดูความเรียบร้อยของการจบงาน
-
ความโปร่งใสของราคา: ราคาที่ถูกจนผิดปกติมักตามมาด้วยการขอเก็บเงินเพิ่มหน้างาน หรือการทิ้งงานกลางคัน
บทความน่าสนใจเพิ่มเติม :
รีวิวผลงานบิ้วอินบ้าน สไตล์โมเดิร์น มินิมอล สวยหรูในงบหลักแสน !!
เช็กให้ชัวร์! 5 ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเริ่มบิ้วอินบ้าน

ก่อนจะโอนจองหรือตกลงทำสัญญา มี 5 เรื่องสำคัญที่เจ้าของบ้านต้องเคลียร์ให้จบ เพื่อให้งานออกมาเป๊ะตามที่คิดครับ
-
ระบุสไตล์ที่ชอบให้ชัดเจน: ควรมีภาพตัวอย่าง (Reference) ที่อยากได้เตรียมไว้ เพื่อให้ดีไซน์เนอร์เข้าใจตรงกันและลดการแก้แบบไปมา
-
วัดระยะหน้างานให้แม่นยำ: ตรวจสอบตำแหน่งปลั๊กไฟ ท่อน้ำ และสวิตช์ไฟเดิม เพราะงานบิ้วอินมักจะไปบังจุดเหล่านี้ หากไม่วางแผนย้ายจุดก่อนจะทำให้ใช้งานลำบาก
-
กำหนดงบประมาณที่แน่นอน: การแจ้งงบที่ตั้งไว้กับบริษัทจะช่วยให้ทีมออกแบบเลือกวัสดุที่ “สวยถูกใจและอยู่ในงบ” ได้ทันที ไม่เสียเวลาออกแบบใหม่
-
เตรียมพื้นที่สำหรับการติดตั้ง: สอบถามนิติบุคคลเรื่องวัน-เวลาที่อนุญาตให้ช่างเข้าทำงาน และการป้องกันพื้นหรือผนังเดิมไม่ให้เกิดความเสียหายระหว่างขนย้าย
-
เข้าใจระยะเวลาการทำงาน: งานบิ้วอินคุณภาพต้องใช้เวลาทั้งการผลิตที่โรงงานและการติดตั้งหน้างาน ควรเผื่อเวลาไว้อย่างน้อย 30-45 วัน เพื่อให้ได้งานที่เนี้ยบที่สุด
บทความน่าสนใจเพิ่มเติม :
คำเตือน !! สำหรับใครจะบิ้วอินบ้านอย่าดูแค่ราคาตอนเสร็จ! ให้ดูที่ “การรับประกัน” และบริการหลังการขายด้วย

งาน บิ้วอินบ้าน ไม่ได้จบลงแค่วันที่ส่งมอบงานครับ การใช้งานจริงในระยะยาวต่างหากที่เป็นบทพิสูจน์คุณภาพ
-
การรับประกันโครงสร้างและฟิตติ้ง: บริษัทมืออาชีพจะมีการรับประกันที่ชัดเจน เช่น ประกันบานพับหรือรางลิ้นชัก 1-2 ปี หากเกิดการติดขัดหรือหน้าบานตก ทีมงานต้องเข้ามาดูแลแก้ไขให้ฟรี
-
ความรับผิดชอบเมื่อเกิดปัญหา: ช่างทั่วไปมักจะมีราคาถูกกว่าเพราะ “ไม่มีต้นทุนการดูแล” ทำให้หลายครั้งเมื่อเกิดปัญหาตามมา ลูกค้ามักติดต่อช่างไม่ได้หรือต้องเสียเงินจ้างคนอื่นมาซ่อม
-
ความมั่นใจจากบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้อง: ที่ SPS Home Design เราให้ความสำคัญกับการบริการหลังการขาย เพราะเราต้องการให้บ้านของคุณสวยและใช้งานได้ดีเหมือนวันแรกไปอีกนานหลายปี การเลือกบริษัทที่มีที่ตั้งชัดเจนจึงเป็นการซื้อ “ความสบายใจ” ในระยะยาวครับ
บทความน่าสนใจเพิ่มเติม :




