รวม 10 สไตล์การแต่งห้องรับแขก ให้สวยงามและไม่ซ้ำใคร !

ห้องนั่งเล่น นั้นถือว่าเป็นอีกนึงห้องภายในบ้านที่เป็นหัวใจหลักเลยทีเดียว เพราะเป็นห้องที่เป็นแหล่งรวมสมาชิกภายในครอบครัว รวมถึงเป็นห้องที่ใช้รับแขก และเป็นที่คุยงานสำคัญต่างๆอีกด้วย ดังนั้นไม่แปลกเลยทีเราทุกคนจะควรให้ความสำคัญกับการตกแต่งห้องนั่งเล่นของคุณให้ดูสวยงามและน่าอยู่นั่นเองครับ


รวม 10 สไตล์การแต่งห้องรับแขก

l ห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอล

  1. ความเรียบง่ายและสะอาดสะอ้าน: ห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอลมีลักษณะที่เรียบง่ายและสะอาดสะอ้าน ด้วยการลดลงรายละเอียดที่ไม่จำเป็นและการใช้งานวัสดุที่เรียบง่าย ทำให้ห้องดูสะอาดและเป็นระเบียบ
  2. การใช้งานพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ: สไตล์มินิมอลมีการใช้งานพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยการลดลงขนาดของเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งอื่น ทำให้ห้องดูกว้างขวางและเป็นอิสระ
  3. ความสง่างามในความเรียบง่าย: ห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอลมีความสง่างามในความเรียบง่าย ด้วยการใช้สีพื้นฐานและการตกแต่งที่มีรูปแบบน้อยนิด ทำให้ห้องดูมีความเป็นระเบียบและเรียบง่าย
  4. การใช้งานแสงและการเลือกวัสดุที่เหมาะสม: ห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอลมีการใช้งานแสงและการเลือกวัสดุที่เหมาะสม โดยมักมีการใช้งานแสงธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพและการเลือกใช้วัสดุเช่น ไม้, เหล็ก, และแก้ว ที่มีลักษณะเรียบง่ายและสวยงาม
  5. การเน้นที่คุณค่าและความสมดุล: สไตล์มินิมอลมีการเน้นที่ความคุ้มค่าและความสมดุล โดยการให้ความสำคัญกับวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่มีคุณภาพและการใช้งานที่สมบูรณ์แบบ

ห้องนั่งเล่นสไตล์คลาสสิค

l ห้องนั่งเล่นสไตล์ คลาสสิค

  1. ความหรูหราและเป็นสไตล์: ห้องนั่งเล่นสไตล์คลาสสิคมีลักษณะที่หรูหราและเป็นสไตล์มากที่สุด ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีลวดลายและรายละเอียดที่ยิ่งใหญ่ พร้อมกับสีทองและเขียวมรกต ทำให้ห้องดูเรียบหรูและหรูหราทันสมัย
  2. บรรยากาศที่มีความเป็นส่วนตัว: ห้องนั่งเล่นสไตล์คลาสสิคมีบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและอบอุ่น ด้วยการใช้โซฟาที่มีหนังแท้หรือผ้าคุณภาพสูง และการวางตำแหน่งเฟอร์นิเจอร์เพื่อสร้างพื้นที่สำหรับการสนทนาและการพักผ่อนที่สะดวกสบาย
  3. สไตล์ที่ยั่งยืน: ห้องนั่งเล่นสไตล์คลาสสิคมีลักษณะที่ทันสมัยและยั่งยืน ไม่เหมาะสำหรับแนวโมเดิร์นหรือสไตล์ที่เปลี่ยนแปลงได้บ่อยๆ เนื่องจากมีความสมบูรณ์และความเป็นคลาสสิคที่แข็งแรง
  4. ความอุดมสมบูรณ์ของรายละเอียด: ห้องนั่งเล่นสไตล์คลาสสิคมีรายละเอียดที่ครบครันและอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานชิ้นส่วนเล็กๆ เช่น ตกแต่งผนังด้วยกรอบรูปหรือของตกแต่งสไตล์คลาสสิค เพื่อเพิ่มความงดงามและเป็นจุดเด่นในห้อง
  5. ความเป็นระเบียบและสะดวกสบาย: ห้องนั่งเล่นสไตล์คลาสสิคมักมีการวางแผนอย่างระเบียบเรียบร้อยและมีพื้นที่ว่างสบายๆ ไม่วุ่นวาย มีการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์และวัตถุของให้เป็นระเบียบเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งาน

บทความน่าสนใจ :

10 ไอเดียแต่งห้องนอน น่ารัก มินิมอล สไตล์เกาหลีเกาใจ!


ห้องนั่งเล่นสไตล์ earth tone

l ห้องนั่งเล่นสไตล์ Easth Tone

  1. ความอบอุ่นและสบายตา: สไตล์ Earth tone มีสีที่อ่อนโยนและอบอุ่น เช่น น้ำตาล, เขียวอ่อน, เทาอ่อน, และเบจ ทำให้ห้องดูน่าอยู่และสบายตาตลอดเวลา
  2. ความสมดุลและสง่างาม: สไตล์นี้มีความสมดุลทางสีที่สวยงาม ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้สี Earth tone ที่เข้ากันได้สมบูรณ์ ทำให้มีลักษณะที่สง่างามและเป็นสมดุล
  3. ความเป็นส่วนตัวและเป็นกลางที่เงียบสงบ: สไตล์ Earth tone มีลักษณะที่เป็นส่วนตัวและเป็นกลาง ทำให้เหมาะสำหรับการพักผ่อนหรือสร้างบรรยากาศที่เงียบสงบในห้องนั่งเล่น
  4. ความเข้มงวดและความเป็นระเบียบ: สไตล์นี้มีลักษณะที่เข้มงวดและเป็นระเบียบ เนื่องจากมีการใช้สี Earth tone ที่มีความหมายเดียวเพียงเล็กน้อย ทำให้มีความเป็นระเบียบและเป็นระเบียบ
  5. ความเป็นกลางและความสมบูรณ์: สไตล์ Earth tone เป็นสไตล์ที่เป็นกลางและมีความสมบูรณ์ ทำให้เหมาะสำหรับห้องนั่งเล่นที่ต้องการความสง่างามและความเป็นสมดุลในสไตล์การตกแต่ง

บทความน่าสนใจ :

7 Tips การแต่งห้องมินิมอล งบน้อย ให้สวยงาม!


l ห้องนั่งเล่นสไตล์ Geometry

  1. ความมีเสน่ห์และสมดุล: สไตล์ Geometry มีลักษณะที่มีรูปทรงเรียบเรียงและความสมดุลทางสีที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้สีพื้นฐานอย่างสมบูรณ์ เช่น ขาว, ดำ, เทา ทำให้มีความเป็นเสน่ห์และสมดุลอย่างมีเสน่ห์
  2. การใช้งานเน้นการกระจายแสง: สไตล์ Geometry มีการใช้งานแสงในลักษณะที่เน้นการกระจายแสงอย่างมีความสามารถ ซึ่งเพิ่มความสว่างและความเป็นเอกลักษณ์ในห้องนั่งเล่น
  3. การใช้รูปทรงเรียบเรียงและเป็นระเบียบ: สไตล์ Geometry มีลักษณะที่ใช้รูปทรงเรียบเรียงและเป็นระเบียบ ซึ่งสร้างความเป็นเอกลักษณ์และความสง่างามให้กับห้องนั่งเล่น
  4. ความโมเดิร์นและทันสมัย: สไตล์ Geometry เป็นสไตล์ที่มีลักษณะที่โมเดิร์นและทันสมัย ด้วยการใช้งานรูปทรงที่เรียบง่ายและทันสมัย ทำให้ห้องนั่งเล่นดูทันสมัยและเป็นกลาง
  5. ความอัตลักษณ์และความเป็นเอกลักษณ์: สไตล์ Geometry มีความเป็นเอกลักษณ์และอัตลักษณ์ที่ชัดเจน ทำให้ห้องนั่งเล่นมีความสวยงามและน่าทึ่งอย่างไม่เหมือนใคร

ห้องนั่งเล่นสไตล์ Loft

l ห้องนั่งเล่นสไตล์ Loft

  1. บรรยากาศที่โมเดิร์นและอินดัสเทรียล: Loft style มีบรรยากาศที่โมเดิร์นและอินดัสเทรียลที่มีลักษณะเป็นห้องที่เปิดกว้างและเรียบง่าย ทำให้ห้องดูโปร่งแสงและมีความอลังการ
  2. การใช้งานพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ: Loft style มีลักษณะการใช้งานพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมักมีเพดานสูงและการเปิดโล่ง ทำให้ห้องนั่งเล่นดูกว้างขวางและเป็นอิสระ
  3. การใช้งานเฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่หลากหลาย: Loft style มีการใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่หลากหลาย เช่น เหล็ก, ไม้, และเหล็กอลูมิเนียม ที่เพิ่มความลงตัวและความเป็นส่วนตัวในการตกแต่งห้อง
  4. การใช้งานแสงสว่างอย่างเหมาะสม: Loft style มีการใช้งานแสงสว่างอย่างเหมาะสม โดยมักมีการใช้งานแสงธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ และการตกแต่งด้วยโคมไฟแบบอินดัสเทรียล เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและสบายตาในห้อง
  5. การตกแต่งที่เป็นรูปแบบ: Loft style มีการตกแต่งที่เป็นรูปแบบและเป็นลักษณะเฉพาะ ซึ่งมีการใช้งานสีที่เข้ม สวยงาม และสร้างความโดดเด่นในห้องนั่งเล่นในสไตล์ Loft

l ห้องนั่งเล่นสไตล์ Luxury

  1. ความหรูหราและเป็นสไตล์: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Luxury มีลักษณะที่หรูหราและเป็นสไตล์อันทรงพลัง ด้วยการใช้เฟอร์นิเจอร์และวัสดุที่มีคุณภาพสูง ทำให้มีลักษณะที่เรียบหรูและทันสมัย
  2. ความสะดวกสบายและระดับคุณภาพ: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Luxury มีการตกแต่งที่ให้ความสะดวกสบายและระดับคุณภาพสูง ด้วยการใช้โซฟาหรูหรา, พื้นผิวที่นุ่มนวล, และสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน
  3. การใช้งานเวลาพักผ่อนและพบสันทนาการ: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Luxury มักมีการตกแต่งที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนและพบสันทนาการ เช่น การใช้งานโซฟาที่นุ่มนวลและมีหมอนอิง
  4. ความสวยงามและระดับการออกแบบ: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Luxury มีความสวยงามและระดับการออกแบบที่สูงสุด ด้วยการใช้งานสีที่หรูหราและวัสดุที่มีคุณภาพสูง ทำให้มีลักษณะที่มีความงดงามและเป็นไฮเอนด์
  5. ความเป็นระเบียบและเรียบง่าย: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Luxury มีการจัดเรียงและการตกแต่งที่เป็นระเบียบและเรียบง่าย ซึ่งสร้างความสง่างามและความเป็นระเบียบในการใช้ชีวิตประจำวัน

ห้องนั่งเล่นสไตล์โบฮีเมียน

l ห้องนั่งเล่นสไตล์ Bohemian

  1. การใช้เฟอร์นิเจอร์และแสงสว่าง: การใช้เฟอร์นิเจอร์ที่มีลวดลายธรรมชาติเช่นไม้หรือรังผึ้ง รวมถึงการใช้แสงสว่างที่อ่อนโยนและอบอุ่น เพื่อสร้างบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและเชิงสร้างสรรค์
  2. การใช้สีสัน: การใช้สีสันธรรมชาติเช่นสีดินเนื้อ น้ำตาล หรือเขียวมอส ช่วยเสริมความเป็นส่วนตัวและสร้างความสง่างามที่เน้นความเป็นธรรมชาติของสไตล์โบฮีเมียน
  3. การใช้ผ้าม่านและพรม: การใช้ผ้าม่านและพรมที่มีลวดลายหรือดีไซน์ที่เน้นความเป็นธรรมชาติ มีลายเส้นโค้งหรือดอกไม้ เพื่อเพิ่มความอบอุ่นและช่วยให้ห้องดูน่ารักและน่าอยู่
  4. การใช้สิ่งของตกแต่งศิลปะ: การนำเข้าสิ่งของตกแต่งศิลปะเช่นพิมพ์ภาพศิลปินบาลี หรือวัตถุประดับธรรมชาติ เช่น เข็มขัดหรือผ้าห่มทำจากไหม มีไว้เพื่อสร้างบรรยากาศและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับห้อง
  5. การสร้างพื้นที่สำหรับการพักผ่อน: การจัดตั้งพื้นที่สำหรับการนั่งเล่นหรือพักผ่อนที่สะดวกสบาย เช่น การใช้โซฟาและเก้าอี้ที่นุ่มนวล หรือการเสริมเตียงนอนด้วยหมอนอิงนุ่มๆ เพื่อให้ความสะดวกและความผ่อนคลายในการใช้งาน

ดูแบบบ้านสวยๆ คลิ๊ก!!

www.spshomedesign.com


l ห้องนั่งเล่นสไตล์ Rustic

  1. ความอบอุ่นและเป็นกลางๆ: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Rustic มีความอบอุ่นและเป็นกลางๆ ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในบ้านที่อบอุ่นและสบายตา
  2. การใช้งานวัสดุธรรมชาติ: สไตล์ Rustic มีการใช้งานวัสดุธรรมชาติอย่างมาก เช่น ไม้, เหล็ก, หิน, และหินอ่อน ซึ่งมีลักษณะเป็นเอกลักษณ์และมีความเป็นกลางที่ทันสมัย
  3. การตกแต่งที่เป็นรูปแบบ: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Rustic มีการตกแต่งที่เป็นรูปแบบ ซึ่งมีลักษณะเป็นชิ้นงานศิลปะและวัสดุธรรมชาติ ทำให้ห้องดูสวยงามและมีเอกลักษณ์
  4. ความเป็นองค์กรที่เหมาะสม: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Rustic มีความเป็นองค์กรที่เหมาะสม โดยมีการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งอย่างเหมาะสม เพื่อให้ได้ความสมดุลและความสง่างาม
  5. ความสามารถในการสร้างความสบายและความสง่างาม: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Rustic มีความสามารถในการสร้างความสบายและความสง่างาม ด้วยการใช้งานรายละเอียดที่เป็นรูปแบบและวัสดุธรรมชาติที่มีคุณค่า ทำให้ห้องดูอบอุ่นและเป็นกลางๆ ที่น่าอยู่

l ห้องนั่งเล่นสไตล์ Two Tone

  1. ความลงตัวและสมดุล: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Two Tone มีการเลือกใช้สองโทนสีที่ต่างกันอย่างลงตัวและสมดุล ทำให้ห้องดูมีความสมดุลและมีความเป็นสมดุลที่น่าสนใจ
  2. ความเป็นที่สมบูรณ์ของสี: การใช้สองโทนสีที่แตกต่างกันในห้องนั่งเล่นสไตล์ Two Tone ช่วยเสริมความสวยงามของห้อง และเพิ่มความคล้ายคลึงและความสมดุลให้กับห้อง
  3. การเน้นที่รายละเอียด: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Two Tone มักมีการเน้นที่รายละเอียด ทั้งในการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์, ขอบเขตสี, หรือการตกแต่งอื่นๆ เพื่อสร้างความสวยงามและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับห้อง
  4. การผสมผสานสไตล์: ห้องนั่งเล่นสไตล์ Two Tone มีความสามารถในการผสมผสานสไตล์ต่างๆ อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็นการผสมสไตล์คลาสสิคกับสไตล์โมเดิร์นหรือสไตล์อื่นๆ เข้าด้วยกัน
  5. การสร้างความเป็นส่วนตัว: การใช้สองโทนสีที่แตกต่างกันในห้องนั่งเล่นสไตล์ Two Tone ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัวและความเป็นเอกลักษณ์ให้กับห้อง และเสริมความเป็นระเบียบและความเป็นระเบียบในการใช้ชีวิตประจำวัน

l ห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจ

  1. ความหรูหราและเรียบหรู: ห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจมีความหรูหราและเรียบหรู ด้วยการใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูง เช่น หินอ่อน, ไม้สีเข้ม, หรือโลหะและวัสดุหลังคาอื่น ๆ ซึ่งช่วยสร้างบรรยากาศที่น่าประทับใจและสง่างาม
  2. การใช้งานวัสดุธรรมชาติ: ห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจมีการใช้งานวัสดุธรรมชาติอย่างมาก เช่น ไม้, หิน, หรือเหล็ก ซึ่งช่วยเสริมความเป็นกลางและความเป็นสมดุลให้กับห้อง
  3. การตกแต่งที่มีรายละเอียด: ห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจมักมีการตกแต่งที่มีรายละเอียดอย่างละเอียด โดยมักจะมีการใช้งานตกแต่งที่มีลวดลายซับซ้อนหรือการเน้นที่การแสดงผลของสมบัติศิลปะต่าง ๆ
  4. ความสบายและการผ่อนคลาย: ห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจมักมีการจัดเรียงเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งที่เป็นมิตรและสร้างความสบายในการใช้ชีวิตประจำวัน
  5. ความเป็นส่วนตัวและอันดับผู้ใช้: ห้องนั่งเล่นสไตล์วินเทจมักมีการจัดเรียงที่เป็นระเบียบและมีความเป็นส่วนตัว เพื่อให้ผู้ใช้สามารถมีช่วงเวลาผ่อนคลายและพักผ่อนได้อย่างสบายใจ

บทความน่าสนใจ :

แนวทางการเเต่งห้องสไตล์วินเทจ


สรุปบทความ รวม 10 สไตล์การแต่งห้องรับแขก ให้สวยงามและไม่ซ้ำใคร

ในปี 2567 ห้องนั่งเล่นได้กลายเป็นจุดสำคัญที่ผู้คนให้ความสำคัญมากขึ้น ซึ่งเราได้คัดแบบบ้านในสไตล์ต่างๆที่ได้รับความนิยมในปีนี้ ดังนี้

ห้องนั่งเล่นสไตล์มินิมอล: ห้องนั่งเล่นที่เรียบง่ายและสะอาดสะอ้านด้วยการใช้งานพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพและการตกแต่งที่เป็นรูปแบบ

  1. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Rustic: ความอบอุ่นและเรียบหรูจากการใช้งานวัสดุธรรมชาติอย่างมาก
  2. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Two Tone: การผสมผสานสองโทนสีที่ต่างกันอย่างลงตัวและสมดุล
  3. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Vintage: การใช้งานวัสดุและเฟอร์นิเจอร์ที่มีลักษณะเป็นโบราณและเป็นเอกลักษณ์
  4. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Modern: การใช้งานเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์ตกแต่งที่มีลักษณะเป็นรูปแบบและทันสมัย
  5. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Earth Tone: การใช้งานสีที่เป็นธรรมชาติและมีความอบอุ่น
  6. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Geometry: การใช้งานรูปทรงและลวดลายที่มีลักษณะเป็นเอกลักษณ์
  7. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Loft: การใช้งานพื้นที่โลฟท์และการจัดเรียงที่เป็นองค์กร
  8. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Luxury: ความหรูหราและการใช้งานวัสดุที่มีคุณภาพสูง
  9. ห้องนั่งเล่นสไตล์ Minimal: ความเรียบง่ายและสะอาดสะอ้านที่มาพร้อมกับความสมดุลในการใช้งานพื้นที่

ห้องนั่งเล่นเหล่านี้ไม่เพียงแต่สวยงามและน่าอยู่ แต่ยังสะท้อนแนวโน้มและสไตล์การออกแบบที่ได้รับความนิยมในปี 2567 ที่ผ่านมา และถ้าคุณสนใจบทความดีๆเเบบนี้สามารถติดตามเราได้ที่หน้าเว็ปไซต์ sps home design ได้เลยครับ